ยี่กอฮง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ไอ้พวกเด็กตาดำๆแถวบ้านยายก็มานั่งเรียงเป็นแถว เลิกเรียนแล้วพวกมันก็มานั่งบ้านยายพวกมันมานั่งฟังนิทานทุกวัน  มากูจะเล่าให้พวกมึงฟัง นานมาแล้ว นี่เรื่องจริงนะ มีเด็กคนหนึ่งชื่อยี่กอฮง เกิดเมืองไทยแต่เป็นลูกคนจีนพ่อนะแซ่แต้มาแต่จีนโดยแท้ มาอยู่ทางภาคเหนือ อยู่มาหลายปีชีวิตไม่ประสบความสำเร็จก็หอบลูกหอบเมียกลับไปเมืองจีน ตอนกลับไปจีนเด็กคนนี้แปดปีเห็นจะได้มันก็พูดไทยได้แล้วเหมือนพวกมึงนี่แหละ เมื่อกลับไปเมืองจีนแล้วสมัยก่อนเมืองจีนมันแร้นแค้นเหมือนบ้านเรานั่นแหละ ผืนดินแห้งแล้งฝนไม่ตกปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นอยู่บ้านนอกก็ไม่มีงานทำ ไม่มีงานไม่มีเงิน จิ้งหรีดยังไม่มีให้จับกิน พ่อมันเลยทิ้งลูกเมียไว้บ้านนอก ตัวเองก็ไปหางานทำที่อื่น มันน่าสงสารนัก จากไปไม่นานข่าวว่าพ่อมันตายแล้วด้วยโรคอะไรก็ไม่มีใครรู้ คราวนี้ทั้งแม่ทั้งลูกก็ไม่มีจะกินลำบากมากจนกลายเป็นขอทาน พอยี่กอฮง อายุได้สัก13 ปี แม่ตัดสินใจแต่งงานใหม่เพื่อความอยู่รอดของทั้งแม่ทั้งลูก แต่นั่นแหละลูกก็เร่ร่อนไปทำงานที่ซัวเถา มันก็คืออีกจังหวัดหนึ่งในจีน ทำงานได้สักสามปีไม่เห็นจะดีขึ้น พอมีจังหวะประสบกับโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่มันนั่งเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมายังบ้านเกิดในดินแดนขวานทอง ก็เมืองไทยนี่เอง พอมาถึงบางกอกโชคชะตาชักพาเข้าไปอยู่ในวงการพนัน ชีวิตมันมีขึ้นมีลงไม่แน่นอน ยี่กอฮง ได้ทำงานบัญชีในบ่อน เท่านั้นยังไม่พอยังเป็นสายลับในสมาคมอั้งยี่ สมาคมนี้ความจริงดีอยู่ พวกนี้ช่วยคนจีนโพ้นทะเลด้วยกัน อยากล้มล้างราชวงค์จีนตอนนั้น อยากให้ราชวงค์เดิมกลับมา เด็กคนนี้ฉลาดหลักแหลม เป็นสมาชิกตั้งแต่หนุ่มๆจนช่วงปลายก็เป็นหัวหน้าสมาคม เขาไม่ธรรมดารวยล้นฟ้าเพราะเป็นเจ้าของโรงหวยจีน มีความคิดริเริ่มส่งสินค้าไปขายในจีน เอาสินค้าจีนมาขายในไทย มีโรงสีเป็นของตัวเอง พวกมึงก็เห็นเราทำนา เจ้าของโรงสีก็รวยเอารวยเอา มันก็คงคล้ายกัน แกยังทำหนังสือพิมพ์ และแกมีความกตัญญูต่อแม่เป็นที่หนึ่ง เท่านั้นยังไม่พอ มูลนิธิปอเต็กตึ๊กที่เก็บศพ แกก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ทำไมถึงตั้งสมาคมเก็บศพละยาย ไอ้แป้นถาม สมัยนั้นคนจีนมันมากมายข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่เมืองไทย บางคนทำงานหนักจนตาย ญาติพี่น้องก็ไม่มี ปอเต็กตึ๊งก็ช่วยไปเก็บศพ ช่วยฝัง คนจีนต่างรัก ยี่กอฮง หนักหนา เมื่อมีคนจีนมาก แกทำอะไรอีกพวกมึงลองว่ามา ไอ้แป้น ว่า “ทำโรงน้ำชา” เออ ถูก ไอ้ขวัญว่า “ทำซ่อง” เออ อันนี้กูไม่รู้แต่ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ ไอ้ผิงลูกกำนันว่า “สร้างโรงเรียน ยาย” เออถูก กูว่าไอ้ผิงนี่ท่าทางมันจะเจริญรอยตามพ่อมัน ชอบนักกับเรื่องโรงเรียน พ่อมันดิ้นรนจนหมู่บ้านเรามีโรงเรียนมีครูอยู่สองคน ตอนนั้นยี่กอฮงสร้างโรงเรียนจีนชื่อเผยอิง เงินทองมีเท่าไหร่เอาไปช่วยคนมากมาย น้ำท่วมที่ไหนไปถึงที่ ซ่อมเขื่อนที่เมืองจีนก็ทำมาแล้ว อีกอย่างเรื่องความกตัญญูที่โด่งดังไปทั่วไทยคือ นึกถึงแม่ ว่าแม่โดนเขาดูถูกดูแคลนจนต้องแต่งงานสองผัว ตระกูลแต้ ตระกูลผัวแรกแกไม่ยอมรับแม่ ยี่กอฮงมีเงินมากมายด้วยความรักแม่สร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ในเมืองแต้จิ๋ว สร้างโรงเรียนให้เด็กมาเรียนฟรี สร้างศาลเจ้า สร้างสวนดอกไม้ ไว้ให้คนมาพักผ่อน คนในหมู่บ้านดูแลแม่ของยี่กอฮงในยามแก่ชราอย่างดี พูดมาถึงตอนนี้ ไอ้ผิงว่า “ยายไม่ต้องห่วงผมจะเลี้ยงยายเองถ้ายายเดินไม่ไหว” เออขอให้เจริญพ่อคุณ ไอ้พวกที่นังฟังมันก็ว่าพวกมันก็จะช่วยดูข้าทุกตัวไป กูขออย่างเดียวขออย่าให้อยู่จนคนต้องมาดูเลยวะ กูขอตายก่อน แก่นักกูไม่สู้ พวกเด็กๆหัวเราะกันใหญ่  คราวนี้ยี่กอฮงว่าใครมาอยู่หมู่บ้านนี้ถ้าสมัครใจเปลี่ยนมาใช้แซ่เขาได้แล้วใครบ้างวะจะไม่เอา เด็กที่ไม่มีพ่อแม่ บางคนมีพ่อแม่ก็เต็มใจที่ลูกตัวเองบางคนมาใช้แช่ของยี่กอฮง สมัยก่อนคนมีลูกเป็นสิบๆคน เด็กพวกนี้คนเรียกเขาว่า ลูกยี่กอฮง  ยี่กอฮงอยู่ในไทยก็เปิดให้แทงหวย ไม่ว่าจีนไม่ว่าไทยแทงกันเข้าไปใครก็อยากรวย แทงหวยถูกรวยไม่รู้เรื่อง บางคนไปหาพระพุทธรูปไปขัดไปถู ได้เลขออกมา ถูกแล้วถูกอีก แกก็เอาตาปูไปตอกที่ฐานพระพุทธรูปเพื่อแก้เคล็ดไม่ให้ใครได้เลขเด็ดไป แกแก้เคล็ดเก่งนักเชียว เมื่อวันหวยออกแกจะทำพิธีเข้าไปหยิบเลขเด็ดออกมาในห้องที่แกทำพิธี  ถ้าหากแกได้เลขแล้วแกจะไม่เปิด เอาออกมาเปิดข้างนอกให้ทุกคนเห็นพร้อมกัน แต่ถ้ามีจิ้งจกทักแกก่อนออกจากห้องแกจะหันหลังกลับไปทำพิธีใหม่แล้วหยิบเลขใหม่ออกมา จากนั้นเอาเลขนั้นออกไปเปิดต่อหน้าฝูงชน แกต้องทำพิธีมึงเอ๊ยสมัยก่อนผีมันแรง บางทีมาดลใจให้แกหยิบเลข ว่ากันว่าเพราะผีได้เอาเลขไปบอกคนแล้ว  แกต้องทำพิธีไล่ผี  กูเล่าไปนี้พอจบแล้วพวกมึงต้องรีบกลับบ้านอย่าได้ไปไหนมาไหนเข้าใจไหมเดี๋ยวผีบังทาง เอ้ามาว่าเรื่องยี่กอฮงต่อ เมื่อแกรวยขนาดแล้ว ทำมาค้าขายก็ขึ้นคราวนี้แกได้ข่าวว่ารัฐนั้นจะเรียกเก็บค่าอะไรต่อมิอะไรจากคนจีน เก็บชนิดว่าคนมั่งมีจะจนเลยนะมึง คนจีนเลยรวมตัวกันประท้วง ยี่กอฮงนี่แหละผู้นำประท้วง ร้านรวงทั้งหลายสมัยนั้นก็เป็นของคนจีน ในเมื่อยี่กอฮงประท้วงพวกมันจะรอช้าอยู่ไรปิดร้านประท้วงทั้งหมด คนไทยก็อดเพราะร้านค้าเป็นของคนจีนทั้งนั้น รัฐบาลต้องตัดไฟแต่ต้นขั้ว  ยี่กอฮงตอนนี้เป็นคนเก็บภาษีแล้วไม่ว่าจะภาษีเหล้า ภาษีหวย ภาษีบ่อน ภาษีอะไรต่อมิอะไร รัฐยกเลิกการเก็บภาษี พอไม่มีภาษีให้เก็บแกก็เริ่มจนลง ไม่มีรายได้แล้วนิ แต่ว่าแกต้องจ่ายภาษีให้รัฐ รัฐให้ยี่กอฮงจ่ายภาษีเพราะทำธุรกิจมากมาย  เงินทองที่มีไม่พอจ่าย รัฐทำไงมึง รัฐยึดทรัพย์ไปหมด มึงเอ๊ยคราวนี้บ้านก็ไม่มีจะอยู่ เงินทองก็ไม่มี แต่ว่าพระเจ้าอยู่หัวตอนนั้นบอกว่าให้ยี่กอฮงอยู่อาศัยบ้านเดิมได้ไปจนตาย และยกหนี้ให้ แต่มึงสมบัติพัสถานโดนยึดเกลี้ยง กลายเป็นคนตัวเปล่า ถึงแม้ไม่ร่ำรวยเหมือนเก่า กลายเป็นคนไม่มีเงินแต่คนจีนยังให้การยอมรับแกจนแกตายจากไป มิวายจนทุกวันนี้คนจีนยังสอนลูกสอนหลานให้มีความกตัญญู เช่นแก

พวกนายทุนว่าไว้ว่า ถ้าแกเอาเงินที่ทำโรงเรียน สร้างมูลนิธิ ไปลงทุนต่อยอดคงรวยไม่รู้เรื่อง แต่กูว่าคงรวยไม่ได้นานเพราะไปขวางทางรวยคนอื่นเขา นิทานเรื่องนี้สอนให้พวกมึงรู้ว่า คนรวยจากหวยก็มี เอาเงินทองสะตุ้งสตังค์ที่ได้มาไปทำสิ่งดี ไอ้ที่ยังเหลืออยู่นอกจากเรื่องเล่าของแก ที่ยังเห็นอยู่ทุกวันนี้คือ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง วันไหนพวกมึงไปเรียนโรงเรียนในตัวจังหวัดจะได้เห็น รถที่เขาใช้ไว้เก็บศพ รถนี้ยังพาคนที่ได้รับอุบัติเหตุบนถนนไปโรงพยาบาล มึงจะได้รู้ไว้ว่าหนึ่งในคนก่อตั้งคือลูกขอทานที่มีความกตัญญู นี่พระอาทิตย์จะตกแล้วพวกมึงกลับบ้านได้ กูจะไปต้อนไก่เข้าคอก ไอ้ผิง ไอ้แป้น ไอ้ขวัญ ว่าถ้ากูตายไม่ต้องเอาปอเต็กตึ๊งมารับ พวกมันจะพากูไปวัดเอง ช่างเป็นบุญของกู